2007/Jun/30

วันนี้...เช้าวันเสาร์อันเฉอะแฉะ เริ่มต้นด้วยการหลับใหลไม่อยากจะตื่น
ก้อแหงล่ะ วันหยุดทั้งที ใครๆก้ออยากจะอยู่บนที่นอนอันแสนจะอบอุ่น
ลุกได้แล้ว เสียงพีกุงมามะแผดเข้า ก้อเลยต้องทำตามพระบัญชาอย่างเสียมิได้ T_T
วันนี้เราไปสวนลุมไนท์มาล่ะ เอ๊ ทำไมไปแต่เช้าเลยน่ะเหรอ เพระไปที่โจหลุยส์ มาน่ะสิ
นี่ขอหน่อยเถอะนะ อย่าว่าเราไม่ทำตามระบบค้าเลย เพราะระบบเค้ารวนจริงๆ
คือตอนแรกเราต้องทำงานชิ้นนี้เพราะวิชาดนตรี แต่การจะไปที่นี่ต้องมีหนังสือรับรองไป
อ.เค้าบอกว่าไม่ต้องหรอก มันวุ่นวาย เดี๋ยวนี้เรื่องมาก เพราะมันกลายเป็นธุรกิจ
เราก้อเลยคิดว่า อยากให้โครงงานออกมาดีๆเราก้อเลยเอาหนังสือรับรองของโครงงานเล่มอื่นที่มีคนเคยทำมาแล้วไปถ่ายเอกสาร
มันเขียนว่า เรียน คุณ เสกสรร ..... แต่พอเราจะแฟกส์ไปให้เค้า
เค้าบอกว่าไม่มึคนชื่อนี้ อะไรวะ แล้วโครงงานเล่มนี้มันคลอดมาได้ไง ใครเบ่งออกมาวะ
แล้วขอโทดเถอะ โทรไปขอเบอร์โรงละคร ที่ BUG เค้าก้อให้ เบอร์ฝ่ายขายตั๋วมา
ฝ่ายขายตั๋วบอกว่า ไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ จำหน่ายอย่างเดียว.... ไปตัดอ้อยไป!!
ขอเบอร์โรงละครก้อบอกว่าไม่มี ไปไถนาซะนะ อะไรวะ บริษัทเดียวกันป่ะเนี่ย
สรุปเราก้อไปมันทั้งๆทีไมได้ขออนุญาต ไปถึงก้อขอแค่เก็บรูปด้านนอก พอจบ เลิกคุย หัวเสียมาก
พอเราทำเสร็จก้อว่าจะไปดูทรานฟอเมอร์ คิดไปคิดมา ไปศุนย์สิริกิต ดีก่า
ได้เสื้อมาต้อง 2 ตัวแหน่ะ มีฟามสุข แต่คนเยอะมากกกกกกกกกก
เสร็จแล้วแผนต่อไป ไปกิน hot pot กัน ระหว่างรอรถเมล์552 เราก้อเห็นมัมาไกลๆแล้วล่ะ
เราก้อเลยรีบวิ่งไปดักที่ป้ายรถเมล์กะเพื่อน วิ่งเป็นขบวนเลยนะ
ใกล้แล้ว ใก้จะถึงแล้ว รถเมล์มาแล้ว มาแล้ว เราก้อใกล้จะถึงรถแล้ว อีกนิดเดียว
รถเมล์วิ่งออกไป โดนที่พวกเราอยู่ที่เดิมแถมหอบเป็นหมาเหนื่อยเลย
อะไรวะ แม่งนึกว่าโดนไล่ตีกันมารึไงถึงไม่กล้ารับเนี่ย อีก 15 นาทีรถมา เฮ้อ ค่อยยังชั่ว
ถึงที่หมายดั่งใจ กินกันสำราญ ท้องจาแตก แต่เราก้อว่ามันคุ้มนะ อิอิ พอละ ไปนอนขึ้นอืดต่อ...

2007/Jun/29

วันนี้ไม่พอใจกับคำพูดของเพื่อน มันจะเอาคัตเตอร์ทั้งๆที่อยู่ตรงตีนมัน

มันไม่เห็น แล้วโวยวาย ชักสีหน้าจะเอาคัตเตอร์ พอเพื่อนอีกคนบอกว่า

อยู่ตรงตีนมึงอะ ด้วยความที่เป็นเพื่อนมันเลยชมว่า อีควายยย

มันสวนกลับว่า กูก้มมองที่ไหนล่ะ อ้าว อีนี่ ความผิดใครวะ

เท่านั้นแหะตัวสั่นเลย โมโหมาก เลยไปกินข้าว

ขึ้นมาเจอหน้ามัน บอกมันว่า ชั้นไม่พอใจคำพูดแก

มันก็บอกว่า มันไม่พอใจคำพูดชั้น เราจับมือกัน หายโกรธ จบ

ง่ายมะ คนเราถ้ามันบอกไปว่าตัวเองรู้สึกยังไงเรื่องก็จบ

แต่ไอ้ความต้องการนั้นต้องไม่ผสม อารมณ์ของตัวเองลงไปเด็ดขาด

ไม่งั้นไม่จบแน่ๆ แต่อีกมุม ถ้าไม่พูด คนอื่นจะรู้ไม๊ว่าเรารู้สึก คิด ต้องการ อะไร

ก้อได้แต่เก็บ เก็บ แล้วก้อ เก็บ รอวันที่มันจะปะทุ วันที่ความสัมพันธ์ ความรู้สึกดีๆมันพังทะลายลง

แล้วเมื่อถึงวันนั้นก็ไม่พูดกัน จะเป็นอย่างงี้กันอีกกี่คน

แล้วคนที่ไม่กล้าพูดว่าเรา เมื่อเราทำอะไรให้ ก้อทนต่อไปละกัน ถ้าไม่คิดที่จะสู้อะ

หลายคนอาจจะบอกว่า ก้อเถียงมึง ไม่ได้อะ อันนี้ไม่รุว่ะ 555+

2007/Jun/29

ขณะที่กำลังทำการ ปลดทุกข์ อยู่นั่นเอง
คือ.. ไม่แปลกใช่ที่จะ... ไป อ่านหนังสือไปด้วย
เอาน่า.. เพื่อความเพลินเพลิน ใครที่ยังมีอาการรถติด ก้อใช้วิธีนี้ผ่อนคลายอารมณ์ได้
ทางเจ้าของ space ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ขอคัดลองข้อความจากหนังสือ สาระแนกับแอร์ปากเหมียว หน้า 161 ข้อความว่า..
" ดิฉันเคยมีความรักค่ะ (นี่เริ่มต้นมาก็เริ่มเน่าซะแล้ว) แต่จะไม่พูดถึงหรอก(อ้าว แล้วจะพูดทำไม)
คือ เรื่องของเรื่อง ในความคิดของดิฉันแล้ว
ความรัก คือ สิ่งที่สวยงามเสมอ ขึ้นต้นในการคบกัน ก็เพราะคน2คนทำให้มันเกิด
และถ้ามันถึงจุดจบ ก็เพราะคน2คนทำให้มันจบ อย่าไปโทษว่าใครเลย เช่น
ถ้าจะเลิกกันเพราะอีกฝ่านไปมีคนอื่น ก็อย่าเอาไปดทษคนอื่นว่า ไอ้ชั่ว มึงเลว มึงทิ้งกู ฮือๆ
ตั้งสติ แล้วแหกตาผ่าสมองคิดสักนิดนึงก่อนดีไม๊ ก็แล้วมึงทำตัวยังไงให้เขาทิ้งมึงเล่า
หรืออีกประเภทนึงที่ว่า ฮือๆ เขาเตะหนูติดข้างฝาค่ะ
ก็แล้วมึงทำตัวยังไงให้เขาเตะ ถ้าจู่ๆ กระทืบเร่าๆ ด่าพ่อล่อบรรพบุรุษอีกฝ่าย ก็น่าจะยำให้จมตีน
แต่ถ้าอยู่เฉยๆ แล้วผู้ชายมันหันหน้ามาเห็นปุ๊บ เกิดคึกประกาศก้อง กูอย่ากเป็นไมค์ไทสัน
พูดจบก็เตะติดฝา เป็นความจัญไรส่วนตัวของผู้ชาย อันนี้อีกเรื่อง ในความคิดของดิฉัน ไม่มีใครมีอยากให้คนที่ตัวเอง รัก เจ็บหรอก
ยกเว้นว่าหมกรักกัน"
ขอย่อเอานะ ขี้เกียจพิม
ในวันนึงที่คุณตื่นขึ้นมาพบว่า ไอ้บ้าปากเหน็นเน่านอนน้ำลายยืดอยู่ข้างๆ เป็นคนที่หล่อที่สุดของเรา
อีเพิ้งที่อาละวาดเหมือนผีปอบเสี้ยนยาคือคนที่น่ารักที่สุดของเรา นั่นก็หมายความว่าทุกอย่างของเรามันจบลงแล้ว
แต่ให้มองอีกนิดเถอะ ว่าจะมีความทรงจำดีๆที่หลงเหลือสำหรับทั้งคู่อยู่แน่นอน...
ในความคิดเรานะ
เราว่ามันจิงนะ การที่เราโดนบอกเลิก (ซึ่งเคยโดนแค่ครั้งเดียว หุหุ) เราไม่เคยโทดฝ่านนั้นเลย
เรามองที่เรา เราคงไม่ใช่คนๆนั้นของเค้า คนที่เค้าอยากให้เราเป็น แต่เราเป็นไม่ได้
อยากจะให้คนที่โอนเราบอกเลิกไปคิดกันหย่างงี้ก่อนเถอะ
ก่อนที่จะมาว่าเรา เราขอบอกนะว่าเราไม่เถียงคุณกลับหรอก มันเหนื่อย ที่จะพูดกับคนที่เราไม่มีความรู้สึกให้
การโดนบอกเลิกด้วยลมปาก มันยังเจ็บน้อยกว่าโดนด้วยท่าทางนะ
หากย้อนเวลาไปได้ อยากเปลี่ยนคำถามที่ถามว่า รักเราไม๊ เป็น เคยรักเรามั่งไม๊ ดีกว่า
อย่างน้อยจะได้ความภูมิใจว่าเคยรัก หรือ บอบช้ำกว่าเก่า กับการที่โดนตอกกลับว่า ไม่เคยเลย
ณ วันนี้เรายังไม่มีใคร แต่เรารู้สึกมีความสุขมากกว่าคนที่กำลังมีแฟนซะอีก
คนเราจะต้องการอะไรไปมากกว่า คนที่เขาใจเราล่ะ ลองหันไปมองคนข้างๆคุณสิ ใช่ พ่อแ ม่ เพื่อนคุณ รึเปล่า ใช่พวกเขามั๊ย
ถึงเวลาหรือยังที่จะมองคนเหล่านั้นบ้าง....